บล.โนมูระ พัฒนสิน ออกบทวิเคราะห์หุ้นธนาคาร กรุงเทพ หรือ BBL แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมายของปี 2564 อยู่ที่ 125 บาทต่อหุ้น โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/63 อยู่ที่ 6.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/63 เพราะค่าใช้จ่ายสำรองที่ต่ำลงเพราะตั้งล่วงหน้าไปในครึ่งปีแรก และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล

 

อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับไตรมาส 2/62 กำไรจะลดลง 33% เพราะรายได้ค่าธรรมเนียมอ่อนแอลง, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น เพราะรวมPermata และค่าใช้จ่ายสำรองเพิ่มขึ้น ตาม Gross NPLs และ NPL ratio ที่สูงขึ้นจากปีก่อนหน้า

 

ส่วนกำไรในไตรมาส 4/63 คาดว่าจะลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเทียบกับไตรมาส 3/63 เพราะในไตรมาส 4/62 ธนาคารมีบันทึกกำไรจากเงินลงทุนราว 1.5 หมื่นล้านบาท , รายได้ค่าธรรมเนียมอ่อนแอลง และ NIM ลดลงจากการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ด้านกำไรที่หดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/63 เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล

 

ฝ่ายวิจัยฯ ได้เลือกหุ้น BBL เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่มธนาคาร เพราะนโยบายจัดชั้น NPL ที่เข้มงวดเป็นผลให้แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของ NPLs ช้ากว่าธนาคารอื่น และการตั้งสำรองล่วงหน้าในครึ่งปีแรก ทำให้มี downside risk ของค่าใช้จ่ายสำรองต่ำกว่าธนาคารอื่น ประกอบกับ BBL ได้ออกหุ้นกู้ประเภท AT1 มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เงินกองทุน Tier1 แข็งแกร่งขึ้นเป็น 14.9% จาก ไตรมาส 2/63 ที่ 14.0%