SAWAD ลงแบบนี้โอกาสหรือความเสี่ยง

Thu 6 Aug, 2020 15:05 / 1 month ago

บริษัทหลักทรัพย์(บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) กลับมองว่า SAWAD จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากมาตรการดังกล่าวเท่านั้น เนื่องจาก SAWAD ได้รับผลกระทบเฉพาะส่วนของสินเชื่อ Low Yield ที่เรียกเก็บดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมราว 25% ซึ่งลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจากเกณฑ์ใหม่ที่ ธปท. ปรับใช้

ขณะที่พอร์ตสินเชื่อ High Yield ที่เรียกเก็บดอกเบี้ยมากกว่า 24% (เพดานสูงสุดอยู่ที่ 36%) ทั้งในส่วนของ Car for Cash และ Land for Cash ซึ่งปล่อยสินเชื่อผ่านบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) หรือ BFIT บริษัทย่อย ไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเป็นบริษัทเงินทุนที่ดำเนินงานภายใต้กฎหมายคนละฉบับกับ Non-Bank รายอื่น

ส่วนมาตรการขยายเวลาชำระหนี้ของ ธปท. ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะกระทบผลประกอบการของกลุ่มสินเชื่อ แต่ บล.บัวหลวง ประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่กระทบผลประกอบการของ SAWAD อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก SAWAD มีลูกค้าราว 2 หมื่นรายจากลูกค้าทั้งหมด 1.3 ล้านราย ที่ขอใช้มาตรการช่วยเหลือดังกล่าวของ ธปท. ซึ่งเป็นสัดส่วนน้อยมาก


1 comment
Rubio 1 month ago on Thu 6 Aug, 2020 15:05 / 1 month ago
S2M Silver Member

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) คาดว่า SAWAD จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 สูงสุดใหม่รายไตรมาส ประเมินว่ากำไรสุทธิอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 50.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินเชื่อยังคงเติบโตต่อจากไตรมาสก่อนแม้จะไม่มากก็ตาม แต่ก็ยังทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นไปด้วย นอกจากนี้รายได้อื่นๆ คาดเพิ่มขึ้นจากการดำเนินธุรกิจนายหน้าประกัน

 

ขณะที่ บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินว่า SAWAD จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 ที่ 990 ล้านบาท เติบโตขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสินเชื่อรวมที่เพิ่มขึ้น และมีรายได้ค่าธรรมเนียมจากการเป็นช่องทางขายประกัน

 

ส่วน บล.บัวหลวง ระบุว่า SAWAD จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 ที่ 956 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักเกิดจากสินเชื่อที่เติบโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่คาดว่าส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะลดลงจาก 17.7% ในไตรมาส 1/63 มาอยู่ที่ 16% จากผลกระทบของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของ ธปท.