TOP 5 อันดับหุ้นที่ฝรั่งซื้อ ฝรั่งเทมากสุดตั้งแต่ต้นปี 64

ตั้งแต่ในช่วงต้นปีเปิดศักราชใหม่ปี 64 กระแสข่าวเงิน Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องตอบรับภาวะการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มมหาอำนาจต่างๆของโลก ที่อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านพื้นฐานการพลิกฟื้นของเศรษฐกิจ หลังจากที่ซบเซามานานเป็นแรมปี เพราะการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19


โดยหากลงลึกไปถึงรายละเอียดพบว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 6,516 ล้านบาท โดยมียอดการซื้ออยู่ที่ 334,961 ล้านบาท และมียอดการขายอยู่ที่ 328,445 ล้านบาท ดังนั้นจึงทำให้ ณ ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย ทั้งนี้ขออนุญาตเสริมข้อมูลว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนรายย่อยในประเทศมีสถานะเป็นขายสุทธิ อยู่ที่ 7,920 ล้านบาท คงจะบอกได้ชัดเจนว่าตอนนี้ฝรั่งซื้อหุ้นไทย แต่นักลงทุนรายย่อยขายนั่นเอง


อย่างไรก็ตามหากลงลึกในรายละเอียดการซื้อของนักลงทุนต่างชาติผ่าน NVDR จะพบว่า 5 อันดับแรกที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิมากที่สุดได้แก่ บริษัท 1.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP โดยมีมูลค่า 3,380 ล้านบาท  2.บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC มีมูลค่าการซื้อ 1,204 ล้านบาท 3.บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ซึ่งมีมูลค่าการซื้อ 1,198 ล้านบาท 4.บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE โดยมูลค่าการซื้อ 1,106 ล้านบาท  และ5.ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มีมูลค่าการซื้อ 1,005 ล้านบาท


ทั้งนี้จะพบว่ากลุ่มหุ้นที่นักลงทุนซื้อเป็นกลุ่มธุรกิจที่อิงกับการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มต้นน้ำด้านพลังงานอย่าง PTTEP SCC PTT ขณะที่เทรนด์ธุรกิจเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์อย่าง KCE ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนให้กับรถยนต์ไฟฟ้าในต่างประเทศ ส่วน KBANK เป็นหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของไทยที่เริ่มฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นถูกเทขายอย่างหนัก รอบการลงทุนนี้อาจจะส่งผลให้ราคาหุ้น KBANK กลับเข้าสู่โหมดปกติ


ส่วน 5 อันดับแรกที่นักลงทุนต่างชาติมีสถานะเป็นขายมากที่สุดได้แก่ 1.บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS โดยมีมูลค่าการขายอยู่ที่ 1,568 ล้านบาท 2.บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC มีมูลค่าการขาย 948 ล้านบาท 3.บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ซึ่งมีมูลค่าการขายกว่า 785 ล้านบาท 4.บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT มีมูลค่าการขาย 578 ล้านบาท 5.บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มีมูลค่าการขาย จำนวน 500 ล้านบาท


โดย 5 หุ้นที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิผ่าน NVDR เป็นหุ้นในกลุ่มที่ยังได้รับปัจจัยลบจากการระบาดของไวรัสโควิด19 โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป และสหรัฐ รวมถึงการระบาดรอบที่ 2 ของประเทศไทย ซึ่งจะเห็นได้จากหุ้น MINTและ AOT รวมไปถึงหุ้น ADVANC ที่ขณะนี้ธุรกิจ 5G ของไทยยังไม่เริ่มอย่างเต็มตัวเท่าที่ควร จากการที่ได้ใส่เงินลงทุนไปมากพอควร

 

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก